ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

บอร์ด สอวช. ชู BCG กำจัดจุดอ่อนประเทศ พร้อมยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันจันทร์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๙:๒๘ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--25 พ.ย.--สอวช.

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) จัดประชุมบอร์ดบริหารสำนักงาน ครั้งที่ 3/2562 ณ ห้องประชุมหว้ากอ ชั้น 14 สอวช. โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธาน และมี ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. เป็นกรรมการและเลขานุการ ระดมสมองหาแนวทางยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของไทย ชู BCG กำจัดจุดอ่อนประเทศ

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือถึงแนวทางยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย World Economic Forum หรือ WEF ที่เกี่ยวข้องกับการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดยการจัดอันดับของ WEF เมื่อเดือนที่ผ่านมา พบว่า รายงานผลการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 40 จากทั้งหมด 141 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ โดยได้ 68.1 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน จัดเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียน รองจาก สิงคโปร์ (อันดับที่ 1) และมาเลเซีย (อันดับที่ 27) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2018 พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนเพิ่มขึ้น 0.6 คะแนน แต่อันดับนั้นลดลงมาสองอันดับ (จากเดิมอันดับที่ 38) ทั้งนี้ การพัฒนาด้าน อววน. ถือเป็นอีกหนึ่งตัวชี้วัดที่สำคัญที่ส่งผลต่ออันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งตัวชี้วัดด้าน Skill ด้าน Labour Market ด้าน Financial System ด้าน Business Dynamism และ ด้าน Innovation Capacity การประชุมครั้งนี้จึงยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาเพื่อแสวงหาแนวทางยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับ อววน. ซึ่งข้อเสนอแนะที่ สอวช. จัดทำมาเป็นข้อมูลที่ดีที่ทำให้ประเทศไทยเห็นภาพตัวเองมากขึ้นว่าอยู่จุดไหน และต้องพัฒนาส่วนใดเพิ่มเติมบ้าง โดยเฉพาะเราได้เห็นว่าการดำเนินงานด้านนโยบายของ อว. เดินมาถูกทางและสามารถช่วยยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้

"นโยบายหนึ่งที่เราเดินมาถูกทาง และเป็นนโยบายที่จะช่วยยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยได้ คือ นโยบาย BCG ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะช่วยแก้จุดอ่อนและเพิ่มขีดความสามารถของไทยในหลายมิติ ทั้งด้านการเงิน เนื่องจากเป็นนโยบายที่มีการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพมีช่องทางการระดมทุนในธุรกิจเกิดใหม่ เพิ่มขีดความสามารถทางด้านตลาดแรงงาน โดย BCG มีแนวทางมาตรการจูงใจในการยกเว้นภาษีแก่ผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานด้าน BCG และลดภาษีการนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ในการวิจัยพัฒนาและปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย ซึ่งมาตรการจูงใจลักษณะนี้จะช่วยเพิ่มแรงงานที่มีทักษะเข้ามาทำงานในประเทศ รวมทั้งเป็นการกระตุ้นการเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาทางอ้อม นอกจากนี้ นโยบาย BCG ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านทักษะ เนื่องจากเป็นนโยบายที่มีการส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนากำลังคนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม และยังเป็นนโยบายที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับภาคธุรกิจ เพราะมีการส่งเสริมการปลดล็อคกฎ ระเบียบ และกำหนดมาตรฐานออกระเบียบข้อบังคับ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดช่องทางทางธุรกิจเกิดใหม่ซึ่งเป็นธุรกิจด้านการเพิ่มนวัตกรรมในธุรกิจ BCG เป็นต้น ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ สอวช. จัดเวิร์คช้อปสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องในประเด็นการขับเคลื่อน BCG ให้เป็นรูปธรรมในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ด้วย" ดร.สุวิทย์ กล่าว

ด้าน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ในฐานะที่ สอวช. มีภารกิจในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย ทิศทาง และการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาการอุดมศึกษา และการวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลและผลการวิเคราะห์ว่า เพื่อเป็นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านที่ใช้ อววน. เป็นกลไกขับเคลื่อน สอวช. จึงได้วิเคราะห์เพื่อจัดทำแนวทางพร้อมข้อเสนอแนะในการยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศทั้งในด้าน Skill ด้าน Labour Market ด้าน Financial System ด้าน Business Dynamism และด้าน Innovation Capacity โดยด้าน Skill มีข้อเสนอแนะให้มีการสร้างระบบ Future Skill Mapping และระบบ Re-skill & Up-skill เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงหลักสูตรและการสอนที่เน้นกระบวนการด้าน Critical Thinking โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) สามารถนำข้อเสนอแนะไปขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้ ด้าน Labour Market แม้ประเทศไทยจะมีความง่ายในการจ้างแรงงานต่างชาติมาก แต่ไม่ได้มุ่งเน้นแรงงานทักษะสูง เพื่อเป็นการยกระดับอันดับความสามารถในการแข่งขัน ไทยจึงควรมีมาตรการ Talent Corp เพื่อส่งเสริมการหาบุคลากรที่มีทักษะสูงเข้ามาทำงานในประเทศ ด้าน Financial System ในส่วนตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Financing of SMEs ควรมีการสนับสนุนเงินสำหรับโครงสร้างพื้นฐานให้ SMEs เพื่อให้ต้นทุนทางเทคโนโลยีต่ำลง โดยหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สามารถทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนได้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการส่งเสริม SMEs ให้ใช้โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินกลาง เช่น Prompt Pay และ QR Payment เพื่อสร้าง Track Record ที่จะนำไปใช้พิจารณาสินเชื่อ ส่วนตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Venture capital availability ควรมีการปรับกฏระเบียบให้เอื้อต่อการระดมทุนและการประกอบการ เช่น สิทธิประโยชน์ด้านภาษีอากรสำหรับผู้นำเงินมาลงในกองทุน ปรับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเว้นภาษีให้ผู้ร่วมลงทุนสามารถใช้สิทธิได้อย่างที่ควรเป็น

อีกหนึ่งตัวชี้วัดด้าน อววน. ที่ส่งผลต่ออันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือ ด้าน Business dynamism ในส่วนตัวชี้วัด Cost of starting a business และ Time to start a business ไทยควรมีการลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการจดทะเบียน จัดตั้งธุรกิจ (Regulatory Guillotine) ส่วนตัวชี้วัด Attitudes Towards Entrepreneurial Risk, Growth of Innovative Companies และ Companies Embracing Disruptive Ideas ควรมีการดำเนินการโครงการมหาวิทยาลัยแห่งการประกอบการต่อเนื่อง รวมถึงปรับปรุง Platform ที่ส่งเสริมการอยู่รอดในช่วงแรกเริ่มการเข้าถึงแหล่งทุนของธุรกิจนวัตกรรม ตลอดจนควรดำเนินการ Sandbox (สนามทดลองกฎ) เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจ Disruptive Business ด้าน Innovation capacity ในส่วนตัวชี้วัด International Co-Inventions, State Cluster Development และ Multi-Stakeholder Collaboration ควรมีการขยายขอบเขต Smart VISA ให้ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม และควรมีนโยบายโครงการลักษณะTalent Corp เพื่อดึงกำลังแรงงานที่มีทักษะขั้นสูงเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมถึงมีการสนับสนุนความร่วมมือสร้างความเชื่อมโยงภายในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม สำหรับตัวชี้วัดเกี่ยวกับ Patent Applications หน่วยบริหารและจัดการทุน หรือ PMU ควรมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการจด IP ที่ได้จากงานวิจัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการสร้างแพลทฟอร์มเพื่อ Matching ให้เกิดการ Licensing ระหว่างผู้ผลิตผลงานวิจัยและบริษัทเอกชน ส่วนการตัวชี้วัดเกี่ยวกับ R&D expenditures สภานโยบายฯ ได้มีการเสนอเพิ่มงบ R&D ของภาครัฐรวมถึงมีระบบติดตามการใช้งบประมาณ เพื่อเป็นการยกระดับอันดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

รายการ "มุมใหม่ไทยแลนด์" ออกอากาศสด วันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ค. 2548 เวลา 22.05-22.35 น. ช่อง 11

กรุงเทพฯ--12 พ.ค.--พีเพิล มีเดีย "มุมใหม่ไทยแลนด์" พฤหัสบดีนี้ หากประเทศไทยเป็นสินค้าและบริการ จะทำตลาดอย่างไร? รายการมุมใหม่ไทยแลนด์ คืนวันพฤหัสบดีนี้ พบมุมมองของ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ลูกศิษย์คอตเลอร์ กูรูด้านการตลาดของเมืองไทย และ ที่ปรึกษารมว.คลัง กับ...

CEO พันธุ์ mai เสนอ 4 โครงการลงสมุดปกขาวเสนอรองนายกฯ

กรุงเทพฯ--28 มี.ค.--ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ และงานเปิดตัว FANZI Club เพื่อสร้างเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียนใน mai และบริษัทที่จะเข้า จดทะเบียน ใ...

วว. ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการสร้างภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--6 ม.ค.--วว. ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัณฑิตในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก นับเป็นอุปสรรคที่สำคัญยิ่งต่อการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง