ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

รู้จัก#Cross Border E-Commerce โอกาสของตลาดข้ามแดนยุคใหม่

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันพุธที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๐๘:๕๔ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 ก.ย.--ซี แอด โปรโมชั่น 1997

ในปัจจุบันผู้บริโภคจีนนิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ติด 1 ใน 10 ของประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของโลก ทำให้เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2559 กระทรวงการคลังและหน่วยงานบริหารจัดการศุลกากรกลางและมณฑลเกี่ยวกับภาษี (General Administration of Customs and the State Administration of Taxation) ของประเทศจีน ได้ออกกฎระเบียบที่เรียกว่า "New Circular หรือ Cai Guan Shui" หรือ "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นำเข้าข้ามแดน (Cross Border E-Commerce Import : CERI)" หรือ "Cross Border E-Commerce : CBEC" โดยมีผลบังคับใช้เมื่อ วันที่ 8 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา เหตุผลหลักก็เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนจีนในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านทางออนไลน์พิเศษที่ไม่ต้องมีการตรวจเข้มกับสินค้าที่เข้ามาในประเทศจีน

โดยปกติคนจีนซื้อขายสินค้าผ่านทางออนไลน์ทั่วไปที่เรียกว่า "E-Commerce" อยู่แล้ว โดยช่องทางปกตินี้จะมีกฎระเบียบและกติกาที่ชัดเจน มีแพลตฟอร์มหลักๆ ได้แก่ Tmall.com ของ Alibaba Taobao.co ของ Alibaba และ JD.Com ส่วนช่องทางซื้อขายสินค้าใหม่ของ "CBEC" นั้น ได้แก่ Tmall Global ของ Alibaba Grope หรือ JD Worldwide ของ JD.com ไม่ว่าจะเป็นช่องทางปกติกับพิเศษนั้นยังคงเป็นการซื้อขายจากธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) และจากธุรกิจสู่ธุรกิจ (B2B) เหมือนเดิม

ก่อนวันที่ 8 เมษายน 2559 ทั้ง 2 กลุ่ม (B2C และ B2B) เสียทั้งภาษีศุลกากร มูลค่าเพิ่มและสรรพสามิต เช่น กลุ่ม B2C เสียภาษีศุลกากรที่แยกตามประเภทของสินค้า เช่น หนังสือ อาหารและเครื่องดื่ม เสียภาษี 10% เสื้อผ้า นาฬิกา และเครื่องใช้ไฟฟ้า เสียภาษี 20% สินค้าฟุ่มเฟือย เสียภาษี 30% และเครื่องสำอาง 50% ในขณะที่กลุ่ม B2B ต้องเสียภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีสรรพสามิต โดยหนังสือ อาหาร และเครื่องดื่ม เสียภาษี 8-20% เสื้อผ้า นาฬิกา และเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียภาษี 10-23% สินค้าฟุ่มเฟือยเสียภาษี 10-23% และเครื่องสำอาง 2-8%

แต่หลังวันที่ 8 เมษายน 2559 อัตราภาษีของทั้ง 2 กลุ่ม ได้ปรับเกณฑ์เป็นขึ้นกับค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อแต่ละคนที่มีโควตาในการซื้อสินค้าได้ไม่เกิน 20,000 หยวน และมีอัตราภาษีที่ลดลง เช่น หากไม่เกิน 20,000 หยวน ไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร แต่หากเกิน 20,000 หยวน ยังคงเสียภาษีศุลกากร 10%

สำหรับกรณี B2C ตัวอย่างเช่น สมมติว่าผู้บริโภคจีนสั่งซื้อเครื่องสำอาง จากที่ราคา 400 หยวน หากสั่งซื้อแบบโดยปกติ ราคาจะปรับเป็น 616-640 หยวน (400 หยวน + ภาษีศุลกากร 6.5-8% + VAT 17% + ภาษีสรรพสามิต 30%) แต่หากเราสั่งซื้อผ่านทาง CBEC ราคาสินค้าจะถูกลงกว่า กรณีการสั่งซื้อปกติราคาจะเหลือ 513 หยวน (400 + ภาษีศุลกากร 0% + VAT 11.9% + ภาษีสรรพสามิต 21%) และหากซื้อหนังสือจากราคา 100 หยวน หากสั่งซื้อปกติเมื่อเสียภาษีแล้วราคาปรับเป็น 113 หยวน (100 + ภาษีศุลกากร 0% + VAT 13% + ภาษีสรรพสามิต 0%) และหากสั่งซื้อแบบ CBEC ราคา เหลือเพียง 109 หยวนเท่านั้น (100 + ภาษีศุลกากร 0% + VAT 70% x 13% + ภาษีสรรพสามิต 0%)

ปัจจุบันการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ปกติแบบ "B2C" ของจีนมีมูลค่าในปี 2560 อยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวเพิ่มปีละ 40% สำหรับมูลค่าซื้อขาย "B2C" ทางช่องทาง CBEC อยู่ที่ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าน้อยกว่าการซื้อขายออนไลน์ปกติ แต่จะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นปีละ 70% ทำไมคนจีนหันมานิยมช่องทางซื้อขาย CBEC มากขึ้น เป็นเพราะรัฐบาลจีนส่งเสริมและสนับสนุน เห็นได้จากมีการตรวจสินค้าไม่เข้มเท่ากับซื้อขาย E-Commerce ปกติ นอกจากนี้ภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจะถูกกว่าซื้อขายปกติ ที่สำคัญคือให้วงเงินของคนจีนซื้อได้ไม่เกิน 20,000 หยวน แต่หากเกิน 20,000 หยวนก็จะเก็บอัตราปกติ และการซื้อขายสินค้าผ่านทาง CBEC สามารถได้ผ่านเขตการค้าเสรี 13 ด่านและท่าเรือ (13 Free Trade Zone) ของจีน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางแถบชายทะเลฝั่งตะวันออก

วิธีในการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์จากต่างประเทศผ่านทางช่อง CBEC นั้นแตกต่างกับการซื้อขายออนไลน์ปกติตรงที่คลังสินค้าอยู่ในประเทศจีนหรือนอกประเทศจีน การซื้อขายทางช่อง CBEC คลังสินค้าอยู่ในประเทศจีน แต่กรณีปกติการสั่งซื้อสินค้าไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศจีน โดยกรณีการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางช่อง CBEC ผู้บริโภคจีนจะทำคำสั่งซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มข้ามแดน (Cross Border E-Commerce Platform) หลังจากนั้นคำสั่งซื้อดังกล่าวจะถูกส่งผ่านไปยังหน่วยงานศุลกากรจีน แล้วคำสั่งซื้อส่งต่อไปยังต่างประเทศ เพื่อแสดงความต้องการนำเข้าสินค้าชนิดที่ลูกค้าสั่งเข้ามาเก็บไว้ในคลังสินค้าในประเทศจีน (Bonded Warehouse) แล้วสินค้าชนิดนั้นก็จะถูกส่งไปยังลูกค้าผ่านทางกลุ่มโลจิสติกส์ ซึ่งระยะเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มสั่งซื้อไปจนถึงผู้บริโภคได้รับสินค้าใช้เวลาเพียง 7 วัน ในขณะที่การสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ปกติจะใช้เวลาถึง 15 วัน

ข้อมูลของการค้าข้ามแดนแบบอี-คอมเมิร์ซ "Cross Border E-commerce" จากเจ้าหน้าที่ของ "Guangdong Pilot Free Trade Zone" ที่เขตหนานซา (Nansha) ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน เจ้าหน้าที่บอกว่าโดย 95% เป็นการซื้อขายกันแบบ B2B2C และที่เหลืออีก 5% เป็นแบบ B2C และแบบ O2O (Online to Online หรือ Online to Offline) โดยมีการเก็บภาษีเฉลี่ย 12.7% ถูกกว่าการนำเข้าทั่วไปที่อยู่ที่ 22% สินค้าส่วนใหญ่ที่สั่งซื้อคือกลุ่มสินค้าแม่และเด็ก

หน่วยงานที่ 2 เก็บข้อมูลสมาคม Guangdong E-Business Association (GDeBA) ซึ่งเป็นสมาคมที่รวบรวมรายชื่อบริษัทที่เป็นเจ้าของเว็บไซซ์ที่ขายของบนออนไลน์ จำนวน 1,800 บริษัท ซึ่งจะจัดงานแสดงสินค้า "International E-Business Expo : IEBE" ปีละ 2 ครั้ง นักธุรกิจหรือผู้ที่สนใจสามารถติดต่อและประสานขอรายละเอียดได้

รายละเอียดนี้เป็นส่วนหนึ่งมาจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,321 วันที่ 10 - 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560

นับเป็นโอกาสอันดีที่ สสว. เชิญผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าร่วมงานสัมมนา Cross Border E-Commerce พบกับ 4 กูรู กุลธิรัตน์ ภควิชร์ไกรเลิศ CEO Tec e-business Center ผู้คร่ำหวอดตลาดจีนมาให้ข้อมูลอัพเดทการทำตลาดจีน , รินทร์ลิตา ศรีโรจน์ภิญโญ ผู้จัดการตลาดอีเบย์ ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญตลาดตะวันตก มาอัพเดทเครื่องมือใหม่หนุนเอสเอ็มอีไทยทำอี-คอมเมิร์ช , สุทธิเกียรติ จันทรชัยโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชิปป๊อป จำกัด พัฒนาแอปพลิเคชั่นการขนส่งเพื่อบริหารต้นทุน ,พันธ์ทิตต์ สิรภพธาดา กูรูดิจิทัลและตลาดออนไลน์

ในวันอังคารที่ 17 กันยายน 2562 เวลา 09.00-16.00 น. ห้องประชุม 707 สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ลาดพร้าว ซอย 4 ( เพื่อความสะดวกกรุณาเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน MRT ลงสถานีลาดพร้าว )

สำรองงานสัมมนาได้ที่ 084 -6375390, 097-2310444 รับจำนวนจำกัด ไม่มีค่าใช้จ่าย
สนับสนุนโดย สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

อีเบย์ขยายโอกาสธุรกิจไทย มุ่งส่งเสริมผู้ค้าไทยสู่ตลาดโลก ด้วยตลาดออนไลน์ที่มีผู้ใช้หลายล้านคนทั่วโลก

อีเบย์ ผู้นำตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ระดับโลกประกาศสนับสนุนคนไทยค้าขายบนตลาดออนไลน์ ระบุในไตรมาส 3 ปี 2549 มีผู้ลงทะเบียนใช้เว็บไซด์อีเบย์จากทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 212 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 26 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2548 ที่มีผู้ลงทะเบียนไว้แล้ว 16...

ภาพข่าว: สวัสดีปีใหม่ 2548

กรุงเทพฯ--4 ม.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง นายวิสุทธิ์ มนตริวัต รองปลัดกระทรวงการคลัง นำคณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวง การคลัง เข้าคารวะนายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2548 ณ กระทรวงกา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง