ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

เผยเคล็ดลับยกระดับธุรกิจด้วยบล็อกเชน เอสซีจีแนะคู่ธุรกิจเริ่มใช้ให้เร็ว ช่วยลดเวลา-ต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้างได้ดี

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันอังคารที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๑:๑๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--10 ก.ย.--เอสซีจี

ในยุคที่ธุรกิจต้องแข่งกันด้วยความเร็วและการควบคุมต้นทุนกระบวนการต่างๆ ให้ดีที่สุด เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้องค์กรมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น เช่นเดียวกับที่เอสซีจีได้นำบล็อกเชน (Blockchain) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงิน กว่าหนึ่งปี จนสามารถลดระยะเวลาดำเนินการได้ร้อยละ 50 ลดต้นทุนต่อรายการได้ร้อยละ 70 และทำให้พนักงานคล่องตัวขึ้น และยังพร้อมสนับสนุนให้คู่ธุรกิจทดลองใช้ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งอีโคซิสเทมด้วย

นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การเงินและการลงทุน เอสซีจี เผยว่า "การนำบล็อกเชนมาใช้เป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มสำหรับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงิน หรือ "B2P" (Blockchain Solution for Procure-to-Pay) ของเอสซีจีกับคู่ธุรกิจ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Digital Transformation หรือการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านการสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญอย่าง "ดิจิทัล เวนเจอร์ส" ซึ่งเป็นผู้พัฒนานวัตกรรมทางการเงินชั้นนำ เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจขององค์กรให้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้น"

สร้างข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย ลดเวลาและต้นทุนในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างด้วยบล็อกเชน

หลังจากที่เอสซีจีเริ่มใช้งานแพลตฟอร์ม B2P กับคู่ธุรกิจกว่า 240 ราย ที่ทำรายการจัดซื้อจัดจ้าง ประเภทวัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง วัสดุอะไหล่ และการให้บริการมากว่า 1 ปี ก็มีผลเป็นที่น่าพอใจ

นายธรรมศักดิ์ เล่าต่อในเรื่องนี้ว่า "นอกจากบล็อกเชนจะทำให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในกระบวนการมีความน่าเชื่อถือแล้ว ยังช่วยเชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการเข้าด้วยกันเป็นอีโคซิสเทม (Ecosystem) ที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยสูง จากการทำให้ข้อมูลแต่ละรายการถูกเข้ารหัสความปลอดภัยและไม่สามารถแก้ไขได้หากไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เกี่ยวข้อง และช่วยลดความผิดพลาดได้ดียิ่งขึ้น จากการที่ระบบสามารถตรวจสอบรายการในจุดต่าง ๆ ได้อย่างอัตโนมัติและแม่นยำ

แพลตฟอร์ม B2P ยังช่วยลดระยะเวลาที่เอสซีจีใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง-วางบิล-ชำระเงิน ได้กว่าร้อยละ 50 เหลือเฉลี่ย 35 นาที จาก 70 นาทีต่อรายการ จากการลดขั้นตอนในการรับ-ส่งข้อมูลและการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ รวมทั้งยังช่วยลดต้นทุนต่อรายการได้ร้อยละ 70 เมื่อเทียบกับกระบวนการทำงานแบบเดิม และทำให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น จึงเปิดโอกาสให้พนักงานได้พัฒนาทักษะให้สามารถทำงานอื่นที่มีคุณค่ากับองค์กรและผู้มีส่วนได้เสียได้มากขึ้น เช่น การพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือสามารถนำข้อมูลต่าง ๆ มาวิเคราะห์ต่อยอดเพื่อให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจได้"

คู่ธุรกิจพอใจ B2P ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจได้ดีขึ้น

คู่ธุรกิจยังได้ประโยชน์อย่างมากจากการใช้งานแพลตฟอร์ม B2P กับเอสซีจี เพราะทำให้สามารถตรวจสอบสถานะของรายการจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ได้เรียลไทม์ รวมทั้งได้รับชำระเงินตรงตามกำหนด จากขั้นตอนการตรวจสอบรายการที่รวดเร็วและถูกต้องมากขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสให้คู่ธุรกิจทำเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคาร (Invoice Financing) ได้สะดวกรวดเร็ว จึงทำให้คู่ธุรกิจเกิดสภาพคล่องทางธุรกิจมากขึ้น

"ปัจจุบันเมื่อเอสซีจีแจ้งไปยังคู่ธุรกิจว่าจะสั่งซื้อสินค้า หรือเมื่อมีการส่งและรับสินค้าแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องในอีโคซิสเทมโดยอัตโนมัติและทันที ทำให้กระบวนการมีประสิทธิภาพสูงขึ้น อีกทั้งยังต่อยอดไปใช้กับการทำ Invoice Financing ได้ ซึ่งเดิมหากคู่ธุรกิจต้องการยื่นขอสินเชื่อจะต้องนำใบแจ้งหนี้ตัวจริงไปยื่นกับธนาคารและรอประเมินผลกว่า 2 สัปดาห์ แต่ถ้าทำในระบบนี้จะเร็วขึ้น ซึ่งเอสซีจีได้เตรียมความพร้อมให้คู่ธุรกิจ โดยสร้างความรู้ ความเข้าใจ และให้คำปรึกษา ตั้งแต่เริ่มต้นใช้งานไปจนถึงช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันบนแพลตฟอร์มได้อย่างดีที่สุด" นายธรรมศักดิ์ กล่าว

ทิศทางในอนาคตของเอสซีจีกับการนำบล็อกเชนมาใช้

เอสซีจีอยู่ระหว่างการพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานแพลตฟอร์ม B2P เพื่อขยายผลไปยังประเภทการจัดซื้อจัดจ้างอื่น ๆ โดยตั้งเป้าให้มีจำนวนคู่ธุรกิจเข้ามาใช้งาน 2,400 ราย ภายในปี 2563 รวมทั้งยังศึกษากระบวนการส่วนที่เป็นการขายสินค้าและบริการของเอสซีจีให้ลูกค้าหรือผู้แทนจำหน่าย ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในมุมต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ รวมถึงสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าด้วย

นายธรรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า "ปีหน้าเราตั้งเป้าเพิ่มจำนวนคู่ธุรกิจให้มากขึ้น เพราะยิ่งมีคู่ธุรกิจเข้ามาใช้งานเยอะ ก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจให้ทั้งสองฝ่ายมากขึ้น และยังศึกษาการนำบล็อกเชนมาใช้กับการขายสินค้าและบริการของเอสซีจีด้วย ส่วนของเทคโนโลยีก็อาจพัฒนาให้แพลตฟอร์มสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ได้เอง ซึ่งในการพัฒนาระบบต่าง ๆ เอสซีจีจะดำเนินการอย่างระมัดระวังเพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะปลอดภัย สามารถป้องกันความเสี่ยงด้านการทุจริต คงความน่าเชื่อถือของข้อมูล และความแข็งแรงของระบบ โดยแพลตฟอร์มนี้ ได้รับการพัฒนาบนเทคโนโลยี R3 Corda for Enterprise ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่มีประสิทธิภาพ จึงช่วยสร้างความมั่นใจให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี"

ชวนธุรกิจทุกขนาด เริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ให้เร็ว เพื่อแข่งขันได้ในยุคปัจจุบัน

แม้การนำบล็อกเชนหรือเทคโนโลยีอื่น ๆ มาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ และอาจมีส่วนทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อกระบวนการต่างๆ มีความรวดเร็ว ก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อถือให้กับลูกค้าได้ แต่ทุกองค์กรควรคำนึงถึงการทดลองใช้งานเทคโนโลยีในขนาดเล็กก่อนจึงค่อยขยายผลต่อไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพกับธุรกิจอย่างแท้จริง

"การลดต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นสิ่งจำเป็น เพราะยุคที่ไร้พรมแดนทำให้การแข่งขันต่าง ๆ สูงขึ้น จริงอยู่ที่การทดลองเรื่องใหม่มีความเสี่ยง แต่เทคโนโลยีนี้เอสซีจีได้ทดลองใช้แล้วและเห็นผลดี จึงอยากเชิญชวนให้ธุรกิจต่าง ๆ ลองใช้ โดยอาจทดลองกับอีโคซิสเทมที่มีอยู่ โดยเฉพาะคู่ธุรกิจที่มีความรู้และความเข้าใจในการใช้งานเทคโนโลยีเป็นอย่างดี เพื่อให้คนในองค์กรปรับตัวได้เร็วและใช้งบประมาณได้มีประสิทธิภาพ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มต้นให้เร็ว เพราะจะยิ่งได้ประโยชน์ในยุคที่เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากองค์กรใดต้องการเริ่มต้นใช้งานเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม B2P เอสซีจีก็ยินดีที่จะแบ่งปันองค์ความรู้ให้เช่นกัน" นายธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม B2P ได้ที่ https://youtu.be/Xurs8oKB7RA หรือติดต่อสอบถามได้ที่ admin-bkchn@scg.com หรือ โทร.02-586-2108 และสามารถติดตามข่าวสารอื่นๆ ของเอสซีจีได้ที่ https://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

L.P.N. แจงรายได้ Q 2 ปี 48 รายได้รวมกว่า 700 ล้าน เตรียมรับรู้รายได้อีกกว่าพันล้านในไตรมาส 3-4

กรุงเทพฯ--11 ส.ค.--แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ L.P.N. โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2548 รายได้รวมกว่า 770 ล้านบาท ด้าน ตัวเลขกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ขยับตัวขึ้นกว่า 200 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ Cost Leadership การควบคุมต้นทุนและประสิทธิภาพในการส่งมอบ...

กรมบัญชีกลางย้ำการประกวดราคาซื้อและจ้างของส่วนราชการต้องใช้วิธี e-Auction

กรุงเทพฯ--1 มี.ค.--กรมบัญชีกลาง นายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2548 เป็นต้นไป คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้การจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ที่ใช้วิธีประกวดราคา กล่าวคือ การจัดซื้อจัดจ้า...

วว. ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานเปิดตัวโครงการสร้างภาคีบัณฑิตระดับปริญญาโท-เอก

กรุงเทพฯ--6 ม.ค.--วว. ขณะนี้ประเทศไทยกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบัณฑิตในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก นับเป็นอุปสรรคที่สำคัญยิ่งต่อการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง