ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

BEAUTY มองแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ทยอยรับรู้รายได้จากการปรับ กลยุทธ์จัดโครงสร้างการจัดจำหน่าย รุกตลาดต่างประเทศ

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันพุธที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๐:๕๖ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--14 ส.ค.--เวิร์คลิ้งค์ ดาเอเจนซี่

BEAUTY มองแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก ทยอยรับรู้รายได้จากการปรับ กลยุทธ์จัดโครงสร้างการจัดจำหน่าย รุกตลาดต่างประเทศ มุ่งขยายธุรกิจเพิ่มจากช่องทางร้านค้าปลีก ( Non Retail ) ในประเทศ พัฒนาช่องทางอีคอมเมิร์ชเพิ่มประสิทธิภาพการขาย บริหารความเสี่ยงลดสัดส่วนการพึ่งพิงตลาดหลัก เพิ่มช่องทางการจำหน่ายอื่นๆ เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2562 รายได้ 1,080.3 ล้านบาท กำไรสุทธิ 116.3 ล้านบาท คาดการณ์รายได้ปีนี้ 2,200 ล้านบาท ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.035 บาท/หุ้นหรือคิดเป็น 90.10 %ของกำไรสุทธิ

นายแพทย์สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) (BEAUTY) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก จากการปรับกลยุทธ์โครงสร้างการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงที่ผ่านมา มุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้โดยขยายธุรกิจนอกจากช่องทางร้านค้าปลีก ( Non Retail )ในประเทศ และเดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น จากกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโต และรักษาอัตรากำไรสุทธิที่ดี เนื่องจากมีต้นทุนดำเนินการที่ต่ำ และเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงลดการพึ่งพิงตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป

ทั้งนี้ตลาดในประเทศจะมุ่งเน้น ช่องทางการขายที่ไม่ใช่ร้านค้าปลีก(ช่องทาง Non Retails ) เช่นขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ช่องทางสินค้าอุปโภค สินค้าประจำวัน (Consumer Product) ช่องทางกิจกรรมการตลาด บิวตี้ เฟส ( BEAUTY FEST ) ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าในรูปแบบของงานแสดงสินค้า สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกแห่งไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าหรือตลาดนัด สินค้าที่จำหน่ายจะมีทั้งสินค้าของบริษัทเองและของคู่ค้าต่างๆ และช่องทางการจำหน่ายใหม่ โฮมชอปปิ้ง ซึ่งได้เริ่มออกอากาศแล้วในเดือน กรกฎาคม 2562 รวมทั้งใช้กลยุทธ์สินค้าขับเคลื่อน (Product Driven) ซึ่งในปีนี้มีแผนสร้าง Product Hero จำนวน 57 รายการ

ส่วนช่องทางร้านค้าปลีก ( Retails ) มุ่งกลยุทธ์การเปิดสาขาใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าสูง และลดสาขาที่ไม่มีศักยภาพในการเติบโต เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการ โดยปัจจุบันมีสาขาในประเทศรวมทั้งสิ้น 328 สาขา แบ่งเป็น BEAUTY BUFFET 259 สาขา BEAUTY COTTAGE 68 สาขา และ BEAUTY MARKET 1 สาขา อีกทั้งบริษัทปรับดีไซน์ของร้าน BEAUTY BUFFET ซึ่งได้เปิดตัวแล้วในวันที่ 4 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี พร้อมทั้งสร้างโมเดลการขายสินค้าประเภท Multi Brand เข้ามาจำหน่าย เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมมากขึ้น โดยจะมีการเปิดตัวโมเดลนี้ในวันที่ 19 สิงหาคม 2562

สำหรับตลาดต่างประเทศ ในปีนี้มีแผนขยายตลาดจำนวน 15 ประเทศ ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่าย13 ประเทศ ประกอบด้วย สิงคโปร์ ไตหวัน มาเลเซีย เมียนม่า ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฮ่องกง ลาว บรูไน อินเดีย ญี่ปุ่น และประเทศจีน(Mainland Chaina) สำหรับสาธารณรัฐประชาชนจีนถือว่าเป็นตลาดใหญ่ มีโอกาสทางธุรกิจสูง ปัจจุบันบริษัทได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแล้วจำนวน 4 ราย และปัจจุบันมีจุดจำหน่าย 25,296 จุดจำหน่าย อีกทั้งยังเน้นรุกตลาดประเทศจีน โดยกระจายสินค้าผ่านช่องทาง Cross Border E-commerce อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีสินค้าวางจำหน่ายแล้วจำนวน 10 Platforms อาทิ TMALL, JD, Kaola, VIP, YUNJI, Little Redbook, Beidiam, Jumei , PIN DUO DUO และ Global Scaner และในปีนี้มีแผนเจรจาเพิ่มทั้งจำนวน Platform และขยายจำนวน SKUs สินค้าเข้าจำหน่าย รวมทั้งมีแผนแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในอีก 3 ประเทศเป้าหมาย คือ รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แคนาดา

สำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 2 มีรายได้รวม 531.6 ล้านบาท ลดลง 3.1 % จากไตรมาสก่อนที่มีรายได้รวม 548.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 46.8 ล้านบาท ลดลง 32.8% จากไตรมาสก่อนที่มีกำไรสุทธิ 69.6 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2562 บริษัทมีรายได้รวม 1,080.3 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,762.5 ล้านบาท ลดลง 38.7% และมีกำไรสุทธิ 116.3 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 538.8 ล้านบาท ลดลง 78.4%

ทั้งนี้ผลประกอบการปรับตัวลดลง เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศหดตัว นักท่องเที่ยวจีนกลุ่ม ผู้ซื้อสินค้ารายย่อยไปจำหน่าย (Wholesale ) ลดลงเป็นจำนวนมาก อีกทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดเครื่องสำอาง ด้านตลาดต่างประเทศได้รับผลกระทบจากกฎหมายควบคุมการนำเข้าสินค้าจีน การอ่อนค่าเงินหยวนและค่าเงินบาทแข็งตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้การส่งออกสินค้าทุกประเภทไปประเทศจีนน้อยลง

อย่างไรก็ตามธุรกิจ BEAUTY ยังมีศักยภาพในการเติบโตจากการปรับกลยุทธ์โครงสร้างการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ และยังได้รับคำสั่งซื้อสินค้าจากตัวแทนจำหน่ายประเทศจีนและประเทศอื่นๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินค้า BEAUTY ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคจีนและประเทศเขตเอเซีย โดยคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2562 ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท

นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.62 แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.035 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น 90.10 %ของกำไรสุทธิ โดยจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดรวมทั้งสิ้น 104.8 ล้านบาท โดยจะทำการกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับปันผล(Record Date)ในวันที่ 28 ส.ค. 62 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 9 ก.ย. 62


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

แจกฟรีชุดของขวัญ โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าบู๊ทส์ ต้อนรับเทศกาลเดือนแห่งความรัก

กรุงเทพฯ--20 ม.ค.--แม็กซิม่า คอนซัลแตนท์ บริษัท บู๊ทส์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านร้านค้าปลีกเพื่อความงามและ สุขภาพ ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ เมื่อซื้อสินค้าตราบู๊ทส์ครบ 1,000 บาท แจกฟรี ชุดของขวัญบู๊ทส์ มูลค่า 300 บาท ที่มีให้เลือกถึง 3 แบบหวานแหววน่ารั...

ธนาคารระดับโลกเชื่อใจแม็คดาต้าช่วยกู้ข้อมูล/ความต่อเนื่องทางธุรกิจเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับลูกค้า

บรูมฟิลด์, โคโลราโด--(บิสิเนส ไวร์)--10 ม.ค. 2548 Bank Nederlandse Gemeenten (บีเอ็นจี) ของเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นธนาคารที่เชี่ยวชาญในด้านการให้บริการทางการเงินแก่ภาครัฐบาล ได้ทำการรวมสินทรัพย์ด้านการเก็บข้อมูล, ลดหน้าต่างการสำรองข้อมูลลงมากถึง 60 % และบรรลุ...

กระทรวงการต่างประเทศขอเชิญทำข่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2546

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2547 เวลา 17.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี พ.ศ.2546 ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ดังรายละเอียดกำหนดการดังแนบ Thursday 29th January 2004 17.30 hrs. HisMajesty the Ki...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง