ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

สรรพากรผนึกกำลัง 4 องค์กรภาครัฐและเอกชนขับเคลื่อน SMEs บัญชีเดียวในปี 2562

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ๑๔:๕๕ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--14 มี.ค.--สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

กรมสรรพากรร่วมมือกับ 4 หน่วยงาน ซึ่งประกอบด้วย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ธนาคาร แห่งประเทศไทย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์และคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ร่วมกันบูรณาการเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์สนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้ถูกต้อง เพิ่มโอกาสในการทำธุรกรรมการเงิน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ร่วมลงนาม ในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการสนับสนุนและกำกับดูแลผู้ประกอบการให้จัดทำบัญชีและงบการเงิน ให้ถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการระหว่าง 5 หน่วยงาน ซึ่งเป็นการยกระดับความร่วมมือ ครั้งสำคัญของภาครัฐและภาคเอกชนที่จะดำเนินการร่วมกันตามเจตนารมณ์ โดยกรมสรรพากรได้เสนอมาตรการยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญาตามประมวลรัษฎากรที่เกี่ยวข้อง ให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่มายื่นแบบแสดงรายการภาษีพร้อมชำระภาษีครบถ้วน โดยมีเงื่อนไขต้องเป็นผู้ประกอบการ SMEs ที่มีรายได้ทางภาษีไม่เกิน 500 ล้านบาท และได้ลงทะเบียนในระบบของกรมสรรพากรภายในระยะเวลาที่กำหนด และต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Filing) ทุกประเภทภาษี เป็นระยะเวลา 1 ปีต่อเนื่อง

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า "ความร่วมมือของภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้ง 5 หน่วยงาน เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริง ของกิจการ จะช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs มีรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคง มีความน่าเชื่อถือ เสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในอนาคตอีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการ SMEs ก่อให้เกิดการขยายตัว ของการแข่งขันทางธุรกิจ เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวแล้ว ผู้ประกอบการ SMEs ยังสามารถใช้งบการเงินที่ถูกต้องเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงินและการขออนุมัติสินเชื่อได้อีกด้วย โดยมาตรการดังกล่าว นอกจากจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำบัญชีให้ถูกต้องและตรงกับสภาพที่แท้จริง ของกิจการแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชำระภาษีผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (e-Filing) มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ "Thailand 4.0" และยุทธศาสตร์ของกรมสรรพากร D2RIVE (Digital Transformation, Data Analytics, Revenue Collection, Innovation, Values และ Efficiency) ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการจัดเก็บให้ทันสมัย รวดเร็ว และเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการและประเทศชาติต่อไป"

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า "ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ถึงปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้มีการเชื่อมโยงส่วนของฐานข้อมูลงบการเงินที่ผู้ประกอบการ SMEs นำส่งต่อกรม ทางระบบ DBD e-Filing ไปยังฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องยื่นแบบเสียภาษีอากรได้รับความสะดวก ไม่ต้องแนบงบการเงินซ้ำ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มที่อยู่ในเงื่อนไขได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่ม และประสงค์จะส่งงบการเงินฉบับใหม่เพื่อทดแทนฉบับเดิมที่มีข้อผิดพลาด กรมได้เปิดช่องทาง Fast Track ในการนำส่งงบการเงินฉบับใหม่ผ่านทางระบบ DBD e-Filing"

นางวจีทิพย์ พงษ์เพ็ชร ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน กล่าวว่า "เพื่อส่งเสริม ให้ผู้ประกอบการ SMEs จัดทำบัญชีและงบการเงินที่สะท้อนสถานะทางการเงินอย่างโปร่งใส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยให้ใช้งบการเงินที่ลูกค้าแสดงต่อกรมสรรพากรในการยื่นรายการภาษีเงินได้ ซึ่งสะท้อนถึงฐานะ และผลประกอบการในอดีตเป็นปัจจัยสำคัญประกอบการพิจารณาสินเชื่อ โดยอาจนำปัจจัยเชิงปริมาณหรือปัจจัย เชิงคุณภาพอื่น ๆ เช่น แผนธุรกิจ คำขอเสนอซื้อสินค้า มาใช้ในการประเมินศักยภาพของธุรกิจและความสามารถ ในการชำระหนี้คืนของผู้กู้ได้ ซึ่งแนวนโยบายดังกล่าวได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เพื่อให้มาตรการดังกล่าวของภาครัฐสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ตลอดจนเพื่อสร้างความโปร่งใสและยกระดับธรรมาภิบาลในการทำธุรกิจ อันจะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและความยั่งยืนในระยะยาว ธปท. จึงได้สนับสนุนให้สถาบันการเงินและสถาบันการเงินเฉพาะกิจมีมาตรการจูงใจสำหรับลูกค้าที่มีงบการเงิน ที่โปร่งใส เช่น ลดอัตราดอกเบี้ยกู้ยืมรวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในการทำบัญชี แก่ผู้ประกอบการด้วย"

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล นายกสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า "สภาวิชาชีพบัญชีฯ จะช่วยผลักดันและร่วมมือกับทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชนให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบการจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง แม้ว่าการกระทำต่างๆ จะทำให้บรรลุเป้าหมายยากลำบาก เพราะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน เช่น ผู้ประกอบการ วิธีปฏิบัติ ฯลฯ แต่เมื่อปัจจุบัน รัฐบาลผ่อนผันแนวทางปฏิบัติให้ปรับบัญชีให้ถูกต้อง ผู้ประกอบการ SMEs ควรส่งมอบข้อมูลพื้นฐานที่เกิดขึ้นตามจริงแก่นักบัญชี เช่น การซื้อ ขาย จ่าย รับ เพื่อนักบัญชีจะได้นำข้อมูลบันทึกรายการตามจริงได้ นอกจากนี้ สภาวิชาชีพบัญชีฯ ตระหนักถึงความยุ่งยากในการดำเนินกิจการว่า ต้องใช้เวลาและความพยายามในการดำเนินการมาก จึงหาทางช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุนการทำงานเพื่อให้นักบัญชีและผู้ตรวจสอบบัญชีทำงานได้ง่ายขึ้น จึงพัฒนาระบบ "Application SME สบายใจ" ให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้ใช้ภายในเดือนเมษายน 2562 นี้"

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า "กกร. ได้มีการผลักดันให้ผู้ประกอบการ SMEs จัดทำบัญชีให้ถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ แต่ยังมีผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีให้ถูกต้อง ดังนั้น กกร. จะเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูลข่าวสาร สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเราได้รับข่าวดี ที่กรมสรรพากรได้เสนอมาตรการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการเพื่อสนับสนุน ให้จัดทำบัญชีให้ถูกต้อง โดยยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มภาษีอากร และความรับผิดทางอาญาตามประมวลรัษฎากร ที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้สมาชิกของ กกร. ทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ได้ประชาสัมพันธ์และจัดทำสื่อต่างๆ จัดงานสัมมนากว่า 10 ครั้ง ทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบบัญชีเดียวมาโดยตลอด ซึ่งการเสนอมาตรการส่งเสริม ให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการอันเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบ SMEs ของกรมสรรพากร ถือเป็นโอกาสอันดีของผู้ประกอบการที่จะดำเนินการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องนับจากนี้ มิฉะนั้นผู้ประกอบการจะมีความเสี่ยงในการทำธุรกรรมทางการเงินและการแข่งขันทางธุรกิจ"


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอเชิญร่วมฉลองครบรอบหนึ่งปีการสถาปนาสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์

กรุงเทพฯ--21 พ.ย.--ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญท่านหรือผู้แทนร่วมงานฉลองครบรอบหนึ่งปีการสถาปนาสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา 18.00-22.30 น. ณ ห้อง นภาลั...

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สานต่อโรงเรียนสอนผู้ประกอบการ หลังผลตอบรับดีพร้อมเปิดช่องทางใหม่ผ่านสื่อ On Line

กรุงเทพฯ--14 ก.พ.--พีเพิลมีเดีย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดโรงเรียนสอนวิชาด้านการบริหารผ่านสื่อโทรทัศน์ เป็นครั้งที่ 2 พร้อมเปิดช่องทางการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มเอาใจผู้ประกอบการยุคใหม่ ภายใต้ชื่อว่า "พัฒนาธุรกิจ On Air / On Line กับกรมพ...

ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง การคำนวณค่าหรือราคาเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย

กรุงเทพฯ--11 ม.ค.--กรมสรรพากร เพื่อดำเนินการตามมาตรา 65 ทวิ (5) แห่งประมวลรัษฎากร กรมสรรพากรขอแจ้ง อัตราการคำนวณค่าหรือราคาเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ตามอัตราถัวเฉลี่ย ในวันสุดท้ายของปี พ.ศ. 2547 ที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อและขาย ซึ่งธนาคารแห่งประ เทศไทย...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง