ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

บ๊อชและดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ผนึกกำลังหนุนเทคโนโลยีดิจิทัลพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจ จัดงาน ไทยแลนด์ สมาร์ท แมนูแฟคเจอริ่ง 2018 แลกเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจ

ปฏิทินข่าวและข่าวกิจกรรม วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑ ๑๗:๒๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--19 พ.ย.--เอบีเอ็ม
  • บ๊อชตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านโซลูชั่นส์อุตสาหกรรม 4.0 ทั้งในฐานะผู้ให้บริการ และผู้ใช้งานจริงทั่วทั้งองค์กร
  • ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ตั้งเป้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับระบบอัจฉริยะ
  • รัฐบาลสร้างแรงจูงใจส่งเสริมการใช้ระบบการผลิตอัจฉริยะในภาคการผลิต
  • สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) เชื่อมั่นสร้างแรงงานที่มีความพร้อมสำหรับยุคดิจิทัล

บ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก สนับสนุนการสร้างระบบผลิตอัจฉริยะเพื่ออำนวยประโยชน์ต่อประเทศไทย โดยไทยมีโอกาสมหาศาลในการพัฒนาประเทศอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากบริบทด้านการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นผลจากซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

เนื่องด้วยความเชี่ยวชาญล้ำลึกด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์ด้านอุตสาหกรรมที่ครอบคลุม ทำให้ให้บ๊อชมีศักยภาพที่จะสนับสนุนและเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมยุคใหม่ของไทย โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ บริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งด้านความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีอย่างเหนียวแน่น โดยเป็นทั้งผู้ให้บริการโซลูชั่นส์ต่างๆ และเป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยีแห่งยุคอุตสาหกรรม 4.0 อย่างจริงจังในโรงงานผลิตของบริษัทฯ ที่มีอยู่ทั่วโลก

เป้าหมายหลักของการผลิตอัจฉริยะคือ การแสวงหาช่องทางและความเป็นไปได้ต่างๆ ในการเชื่อมต่อระบบการผลิต ระบบอัตโนมัติ รวมทั้งใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตในภาพรวม โดยตัวเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในเครื่องจักรจะรวบรวมข้อมูลสถานะและสมรรถนะการทำงานของเครื่องจักร

ทั้งนี้ เพื่อช่วยสร้างความตระหนักรู้และสนับสนุนการนำระบบการผลิตอัจฉริยะมาใช้ บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด และบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จึงได้ร่วมกันจัดงาน "ไทยแลนด์ สมาร์ท แมนูแฟคเจอริ่ง 2018" (Thailand Smart Manufacturing 2018) และเป็นเจ้าภาพรับรองผู้เข้าร่วมงานทั้งจากภาครัฐฯ และเอกชน เพื่อสาธิตศักยภาพของโซลูชั่นส์ที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมต่างๆ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิต เพื่อการพัฒนาในระยะยาวและการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์

ภายในงาน มีการนำเสนอเทคโนโลยีที่โดดเด่น ได้แก่ การบูรณาการระบบต่างๆ เข้าด้วยกันในยุคอุตสาหกรรม 4.0 โดยสาธิตสดการทำงานของสายการผลิตที่รวบรวมข้อมูลแบบเป็นปัจจุบัน รวมทั้งระบบหม้อต้มอัจฉริยะ ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ เครื่องมือที่สามารถในการเชื่อมต่อกัน และอื่นๆ อีกมากมาย

มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการของบ๊อช ประเทศไทย กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยว่า "บ๊อชทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม โดยช่วยเร่งให้เกิดการนำนวัตกรรมการผลิตอัจฉริยะต่างๆ ที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 มาใช้"

รัฐบาลไทยกำลังนำมาตรการเชิงรุกมาใช้เพื่อส่งเสริมการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งเน้นที่อุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อการพัฒนาประเทศไทย และสร้างความได้เปรียบทางการตลาด ตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีของประเทศ เรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของประเทศ และการส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการดำเนินงานในองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคนี้ที่มีความยอดเยี่ยมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลคอนเทนท์ ธุรกิจและนวัตกรรม รวมถึงการใช้เครือข่ายดิจิทัลระหว่างบุคคล บริษัทเอกชน และองค์กรภาครัฐฯ ต่างๆ

จุดศูนย์กลางของการเติบโตด้านเทคโนโลยีและการผลิตอัจฉริยะของประเทศไทย อยู่ที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีโรงงานต่างๆ ของบ๊อชตั้งอยู่ การลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานจะช่วยพัฒนาระบบการเชื่อมต่อกันของพื้นที่แห่งนี้กับภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก โดยเมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งมีผลให้รัฐบาล ลงทุนมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท (ประมาณ 45 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) เพื่อใช้ในการพัฒนาและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับพื้นที่แห่งนี้

การผลิตอัจฉริยะช่วยเสริมแกร่งศักยภาพของอุตสาหกรรม 4.0 และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตให้สูงขึ้น ซึ่งมีหลายตัวอย่างที่เกิดจุดพลิกผันขึ้นจริงในธุรกิจ เนื่องจากผู้ผลิตเครื่องจักรและเจ้าของโรงงานผลิตชาวไทยหันมาใช้ระบบและกระบวนการผลิตอัจฉริยะเพิ่มมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้จากความพยายามเหล่านี้ ช่วยให้การผลิตและกระบวนการโลจิสติกส์ต่างๆ มีประสิทธิภาพ มีความสามารถในการทำกำไร มีความยืดหยุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

นายวิรัตน์ รัชศฤงคารสกุล ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 4 (ชลบุรี) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวว่า "คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้เกิดการนำเอาเทคโนโลยีอัตโนมัติ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยอื่นๆ มาใช้เพื่อพัฒนากระบวนการผลิต ในขณะเดียวกัน เราก็สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยการจัดการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย"

มร. เดวิด นาร์โดน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและการลงทุนต่างประเทศ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ผู้ผลิตจำเป็นต้องเร่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ด้วยการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตโดยนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้งานมากขึ้น ทั้งนี้ ดับบลิวเอชเอ ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีเยี่ยมภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ภายใต้คอนเซ็ปต์นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ (Smart Industrial Estate) ที่ครบครันด้วยโครงสร้างพื้นฐานอันทันสมัย จึงช่วยให้เรามีความพร้อมในการสนับสนุนการสร้างระบบการผลิตอัจฉริยะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย"

ความเห็นนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก รองศาสตราจารย์ ดร. ชิต เหล่าวัฒนา ผู้ก่อตั้งสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) และกรรมการคลัสเตอร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) โดยกล่าวว่า "ในความเป็นจริง เรารู้มาตลอดว่าระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ในสถานที่ที่มีอันตรายต่างๆ เช่น พื้นที่ความร้อนสูงจัด หรือในสถานที่สูงและแคบ ซึ่งหุ่นยนต์สามารถปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องและถูกต้องแม่นยำ ผมคิดว่าเรามาถูกทางแล้ว และมั่นใจว่าประเทศไทยมีขีดความสามารถมากพอที่จะผลิตแรงงานที่มีความสามารถ เพื่อช่วยพัฒนายุคแห่งการผลิตอัจฉริยะนี้"

งานไทยแลนด์ สมาร์ท แมนูแฟคเจอริ่ง 2018 ซึ่งจัดโดยบ๊อช ด้วยความร่วมมือกับ ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ได้ทำหน้าที่ในการเป็นแพลตฟอร์มเพื่อนำพันธมิตรและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาพบปะ เพื่อร่วมเสวนาในประเด็นต่างๆ แลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติและประสบการณ์เฉพาะทางจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการดำเนินธุรกิจ แลกเปลี่ยนมุมมอง องค์ความรู้ และประสบการณ์ เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมการผลิตอัจฉริยะ และนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาในระดับต่อไป

เกี่ยวกับบ๊อชในประเทศไทย

บ๊อชได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ปัจจุบัน บ๊อชสร้างความหลากหลายในธุรกิจถึงสี่ด้าน ได้แก่ โซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน เทคโนโลยีอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร บริษัทมีโรงงานผลิตในธุรกิจโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อนถึงสามแห่ง พร้อมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งสำนักงานขายและศูนย์บริการสำหรับอุปกรณ์ไฮดรอลิกและเครื่องจักรในจังหวัดระยอง และสายการผลิตโซลูชั่นส์และการบริการส่วนเครื่องจักรเพื่อบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดชลบุรี ในปี 2560 บ๊อชในประเทศไทยมียอดขาย 12.8 พันล้านบาท (335 ล้านยูโร) และมีพนักงานราว 1,400 คน ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.bosch.co.th และ https://www.facebook.com/BoschThailand

เกี่ยวกับบ๊อช

กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 402,000 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560) ในปี 2560 บริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 7.8 หมื่นล้านยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นส์เพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟต์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชั่นส์ที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น "เทคโนโลยีเพื่อชีวิต" กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 440 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ หากรวมบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิตงานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 64,500 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 125 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

เกี่ยวกับ ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป) ผู้นำอันดับหนึ่งในการให้บริการโซลูชั่นครบวงจรด้านโลจิสติกส์และนิคมอุตสาหกรรมของไทย โดยบริษัทมีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านโลจิสติกส์ และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม และบริการโซลูชั่นแบบครบวงจรสำหรับลูกค้าทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ธุรกิจของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป ประกอบด้วย 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มธุรกิจพัฒนาโลจิสติกส์ มุ่งให้บริการศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า และโรงงานแบบ Built-to-Suit แบบพรีเมียมแก่ลูกค้า โดยบริษัทเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการสร้างอาคารอุตสาหกรรมแบบ Built-to-Suit มาตั้งแต่ปี 2546 โดยปัจจุบันมีพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานแบบ Built-to-Suit รวมทั้งสิ้นกว่า 2.2 ล้านตารางเมตร บนทำเลที่ตั้งในจุดยุทธศาสตร์กว่า 19 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • กลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ในฐานะผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมคุณภาพระดับโลก มีทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค คลัสเตอร์อุตสาหกรรม และบริการด้านอุตสาหกรรม ปัจจุบัน บริษัทมีนิคมอุตสาหกรรมทั้งสั้น 10+ แห่ง ในจังหวัดระยอง ชลบุรี และสระบุรี บนพื้นที่กว่า 48,586 ไร่ (7,774 เฮกตาร์)โดยมีลูกค้าจากทั่ว โลก 730 ราย จำนวนสัญญาซื้อที่ดินและเช่าโรงงานกว่า 1,108 สัญญา รวมมูลค่าการลงทุน 31,200 ล้านดอลลลาร์สหรัฐฯ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
  • กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้า ในฐานะผู้ให้บริการด้านระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงการร่วมลงทุนด้านไฟฟ้ากับผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าชั้นนำของโลก โดยมีกำลังการผลิตน้ำโดยประมาณ 109 ล้านลบ.ม. ต่อปี และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นของโรงไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์รวม 510.5 เมกะวัตต์ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
  • กลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้า ในฐานะผู้ให้บริการด้านระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงการร่วมลงทุนด้านไฟฟ้ากับผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าชั้นนำของโลก โดยมีกำลังการผลิตน้ำโดยประมาณ 109 ล้านลบม.ต่อปี และมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นของโรงไฟฟ้าที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์รวม 510.5 เมกะวัตต์ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน)
  • กลุ่มธุรกิจดิจิทัล ดับบลิวเอชเอกรุ๊ปมีบริการดาต้าโซลูชั่น และดิจิทัลแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างครบครัน รวมถึง การลงทุนด้านดิจิทัลอินฟราสตรักเจอร์ เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจเชิงอัจฉริยะของลูกค้า ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินโฟนิท จำกัด
เว็บไซต์: www.wha-group.com www.wha-industrialestate.com

ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ ลงนามสัญญาผู้ถือหุ้นกับไออาร์พีซี เพื่อพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง ในเขตอีอีซี

จัดตั้งบริษัทร่วมทุน ด้วยทุนจดทะเบียน 650 ล้านบาท เข้าซื้อที่ดินประมาณ 2,152 ไร่ ในจังหวัดระยอง เตรียมรุกพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ ภายใต้การบริหารงานของบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) วันนี้ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล...

สแปนชั่นและทีเอสเอ็มซีประกาศความร่วมมือด้านการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีแฟลชเมมโมรีที่ก้าวล้ำ

ซันนีเวล, แคลิฟอร์เนียและซานโฮเซ, แคลิฟอร์เนีย--(บิสิเนส ไวร์)--11 ส.ค. 2548 บริษัทไต้หวัน แมนูแฟคเจอริ่ง คอมพานี (ทีเอสเอ็มซี) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจัดจำหน่ายแฟลชเมมโมรีและการหลอมโลหะชั้นนำ จะช่วยส่งเสริมการผลิตด้วยเทคโนโลยี 110 Nanometer MirrorBit(TM) ของสแป...

ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าว "การจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ของไทคอน"

กรุงเทพฯ--19 ม.ค.--เวเบอร์ แชนวิค บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจพัฒนา โรงงานในนิคม/สวนอุตสาหกรรมแบบสำเร็จรูปพร้อมให้เช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม มีความยินดีขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชน ร่วมงานแถลงข่าว "การจัดตั้...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง