ข่าวประชาสัมพันธ์ Press Releases ข่าวย้อนหลัง หัวข้อข่าว บลอก

กรมวิชาการเกษตรเผยยอดขึ้นทะเบียนเกษตรกรและตรวจรับรองแปลง GAP ลำไย

ข่าวประชาสัมพันธ์ธุรกิจ สินค้าอุปโภคและบริโภค วันศุกร์ที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ๑๕:๓๙ น.
ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก
กรุงเทพฯ--11 มี.ค.--กรมวิชาการเกษตร

กรมวิชาการเกษตรเผยยอดขึ้นทะเบียนเกษตรกรและตรวจรับรองแปลง GAP ลำไยแล้วกว่า 56,000 ราย ผู้ที่ยังไม่ได้ GAP โปรดติดต่อด่วน เพราะอนาคตอาจหมดสิทธิ์ขาย แถมถูกตรวจเข้ม 100 % ต้องจ่ายค่าวิเคราะห์สารตกค้างสูงถึงตัวอย่างละ 3,000 บาท

นายไชยวัฒน์ วัฒนไชย ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 (สวพ.1) จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้สวพ. 1 ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และลำพูน พร้อมกับตรวจรับรองแปลงปลูกลำไยตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสมหรือ GAP ได้แล้วกว่า 56,000 ราย ซึ่งคาดว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างในผลลำไยสดได้ค่อนข้างมากโดยเฉพาะการผลิตลำไยนอกฤดูกาล ซึ่งส่วนใหญ่มีการใช้สารเคมีในปริมาณสูง ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาสินค้าถูกตีกลับเนื่องจากประเทศผู้นำเข้าตรวจพบสารเคมีตกค้างในลำไย รวมทั้งแก้ปัญหาการรับซื้อผลผลิตลำไยนอกฤดูกาล เกษตรกรที่ยังไม่ได้นำแปลงปลูกลำไยเข้าสู่ระบบ GAP จึงควรติดต่อ ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรทั่วประเทศโดยด่วน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ร่วมกับผู้ว่าราชการจังวัดเชียงใหม่ ตัวแทนผู้ส่งออกลำไย ตัวแทนผู้รวบรวมหรือล้งลำไย และตัวแทนเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ร่วมกันกำหนดมาตรการการรับซื้อลำไยสดพร้อมกับลงนามในบันทึกข้อตกลง โดยผู้ส่งออก/ผู้รวบรวมหรือล้งลำไยได้ตกลงที่จะรับซื้อลำไยสดจากเกษตรกรภายใต้เงื่อนไขดังนี้ คือ ลำไยต้องมาจากสวนที่ได้รับการรับรองตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสมหรือ GAP ของกรมวิชาการเกษตร หรือสวนของเกษตรกรที่มีหนังสือรับรองว่า ไม่มีสารเมทามิโดฟอส(Methamidophos) และสารโมโนโครโตฟอส(Monocrotophos) ตกค้างอยู่

"สำหรับเกษตรกรที่ไม่ได้นำแปลงปลูกลำไยเข้าสู่ระบบ GAP หากต้องการหนังสือรับรองว่า ผลผลิตลำไยของตนไม่มีสารพิษตกค้าง ต้องแจ้งให้เกษตรตำบลในพื้นที่เก็บตัวอย่างลำไยส่งให้ สวพ.1 ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิคทีแอลซี(TLC) ก่อนที่จะเก็บผลผลิตจำหน่าย 5-7 วัน เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงที่จุดรับซื้อลำไย" ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 กล่าว

นายไชยวัฒน์กล่าวต่ออีกว่า กรณีที่ล้งลำไยและผู้ส่งออกซื้อลำไยจากแปลงที่ไม่ผ่านการรับรอง GAP กรมวิชาการเกษตรจะเก็บตัวอย่างลำไยมาตรวจวิเคราะห์ 100 % จากเกษตรกรที่นำลำไยมาขายทั้งหมด โดยต้องจ่ายค่าวิเคราะห์ตามจำนวนตัวอย่างที่กรมวิชาการเกษตรเรียกเก็บในอัตราตัวอย่างละ 3,000 บาท   ส่วนล้งลำไยที่รับซื้อลำไยจากแปลง GAP กรมวิชาการเกษตรจะเก็บตัวอย่างสุ่มตรวจเพียง 10 % เพื่อตรวจวิเคราะห์หาสารตกค้าง ในอัตรา 3,000 บาท/ตัวอย่าง/คอนเทนเนอร์--จบ--


ขนาดตัวอักษร: ใหญ่ กลาง เล็ก

ข่าวประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้อง

กรมส่งเสริมการเกษตรวางใจไอเน็ตหนุนระบบไอทีขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายไอเน็ต ผู้นำบริการไอซีที โซลูชั่นส์ครบวงจร จัดทำระบบขึ้นทะเบียนการปลูกข้าว รอบที่ 2 ประจำปี 2552/53 หนุนโครงการประกันรายได้เกษตรกรฯ ทั่วประเทศ นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า...

กรมวิชาการเกษตรเตรียมแผนจัดตั้ง "ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน" ใหม่

กรุงเทพฯ--9 มี.ค.--กรมวิชาการเกษตร กรมวิชาการเกษตรเตรียมแผนจัดตั้ง "ศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน" ใหม่ 3 แห่ง ที่ จ.กระบี่-หนองคาย-นราธิวาส มุ่งเป็นแหล่งผลิตกล้าปาล์มคุณภาพดีป้อนเกษตรกร สนับสนุนยุทธศาสตร์พลังงานทดแทนของประเทศ นายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ อธิบดีกรมวิชา...

หัวข้อข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวข้อข่าวยอดนิยม

กรมสรรพากร ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ไปรษณีย์ไทย การบินไทย ธนาคารกสิกรไทย hotmai เพียวริคุ jobbkk ธนาคารไทยพาณิชย์ คาราบาว ดีแทค ไทยพาณิชย์ แจ่มใส เมเจอร์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 12car กรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กระทรวงสาธารณสุข การรถไฟแห่งประเทศไทย มิตซูบิชิ เมืองทอง ธนาคารทหารไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซัมซุง มาม่า วันทูคอล ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ เวลาประเทศไทย ปตท ธอส บิ๊กซี กรมอุตุ กรมศุลกากร แม็คโคร ธนาคารกรุงศรี กระทรวงการคลัง